Photoshop

วันนี้มาดึกหน่อยนะครับ - -" หลังจากที่มีเพื่อนๆ Request มานะครับ ให้นำเสนอในหัวข้อเกี่ยวกับ Filters ก็จัดให้ตามนี้ครับผม ^^ ซึ่งเอนทรีนี้จะเป็นการแนะนำ Filters กับภาพแบบ Sepia (โทนสีน้ำตาล แบบภาพเก่าๆ น่ะแหละ) ครับ

จริงๆแล้ว Filters มีมากมายหลายชนิดให้เลือกใช้กันตามอัธยาศัยครับ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของ Photo Filters หรือ Filters ที่เป็น Effect ต่างๆ แต่ในเอนทรีนี้ ขอขื้นในส่วนของ Filters แบบที่เป็น Effect นะครับ ส่วนของ Photo Filters ติดไว้เป็นเอนทรีหน้าละกันครับ - -*

>> วิธีการเลือกใช้ Filters

ขั้นที่ 1. เปิดภาพต้นฉบับที่ต้องการครับ ภาพที่เราใช้พอดีมันเป็นแบบ Sepia อยู่แล้วครับ ถ้าต้องการทำภาพสีให้เป็นแบบ Sepia ก็ย่อมได้ วิธีทำจะอยู่ภาคผนวกนะครับ

2. ไปที่แถบ Filter > Filter Gallery

3. เลือกใช้ Filters ได้ตามสะดวกครับ (สามารถปรับค่าต่างๆ เพื่อเพิ่มความสวยงามได้นะ)

Tips :: ควรใช้ Filters ให้เหมาะกับภาพนะครับ ^^*

>> สำหรับ Filters ที่แนะนำสำหรับภาพแบบ Sepia

>> Artistic - Film Grain


Grain - 5
Hightlight Area - 4
Intensity - 10

>> Brush Strokes - Crosshatch


Stroke Length - 8
Sharpness - 15
Strength - 1

>> Distort - Diffuse Glow


Grainness - 5
Glow Amount - 3
Clear Amount - 11

>> Sketch - Conte Crayon


Foreground Level - 11
Background Level - 9
นอกนั้นใช้ค่าเดิมหมดครับ
** Filters ในส่วนของ Sketch นั้น เมื่อใช้แล้ว สีของภาพจะออกมาตามสี Background & Foreground Color นะครับ **

>> Texture - Grain


Intensity - 30
Contrast - 60
Grain Type - Soft

>> Texture - Grain


Intensity
- 15
Contrast - 25
Grain Type - Vertical

>> ภาคผนวก - การทำภาพธรรมดาให้เป็นแบบ Sepia

1. เปิดไฟล์ภาพที่ต้องการครับ

2. ไปที่ Image > Adjustments > Hue/Saturation

จะมีแถบ Hue/Saturation ขึ้นมานะครับ ให้คลิกถูกที่ Colorize แล้วตั้งค่า Hue กับ Saturation ให้ภาพออกมาเป็นสีน้ำตาล ดูเก่าๆ (ตั้งค่าแบบที่เราใช้ก็ได้) เสร็จแล้วกด OK

3. เรียบร้อยครับ ได้ภาพแบบ Sepia มาแล้ว ก็นำไปตกแต่ง - ยัด Filters ตามสบาย ~~

ก็เรียบร้อยกันไปสำหรับการเลือกใช้ Filters ให้เหมาะกับภาพแบบ Sepia ครับผม

>> Special Thx.

- ภาพต้นฉบับงามๆ จาก Deviantart.com

>> So Say...

ดีครับผม ^^ ช่วงนี้เราหายหน้าไปนานก็อย่าแปลกใจครับ เพราะว่าต้องทำงานครับ เวลาอีกส่วนนึงก็ต้องไปซ้อมดนตรี เลยไม่ค่อยมีเวลามานั่งหน้าคอมซักเท่าไหร่ครับ - -* จริงๆ เอนทรีนี้เราเขียนไว้นานแล้วครับ แต่ไม่ได้ปล่อยซะที เลยขออภัย มาด้วยครับผม..

อีกไม่กี่วันเองนะครับก็จะถึงเทศกาลสงกรานต์แล้ว วันนี้เองก็อุ่นเครื่องเลยครับ ฝนห่าใหญ่ๆ เลยทีเดียว ทำเอาชุ่มฉ่ำไปตามๆกัน สงกรานต์นี้เพื่อนๆไปเล่นที่ไหนกันมั่งครับ เราเองก็กะว่าจะไปตรอกข้าวสารอยู่เหมือนกัน แต่อีกใจนึงก็หวั่นๆ เรื่องเหตุร้ายอยู่ด้วยครับ เห็นมีคนพูดบ่อยมาก บอกว่า อย่าไปเลย ตรอกข้าวสาร เดี๋ยวก็โดนระเบิดกันพอดี - -" เอาเป็นว่า ฟังหู ไว้หู ระมัดระวังตัวเอง ดีที่สุดครับ ^^*

วันนี้เราได้มีโอกาสไปดูการคัดเลือกทหารครับ ไปกับรุ่นพี่ เพราะว่าแกก็โดนคัดเลือกเหมือนกัน (แต่คัดออกนะครับ ถือว่าโชคดีไป) Highlight ของงานก็อยู่ตรงที่จับใบดำใบแดงแหละครับ ทำเอาเราต้องไปเฮกับเค้าด้วยเลย แต่ว่า เรามองดูสีหน้าคนที่โดนใบแดงนะครับ แบบว่าเหวอเอามากๆ บางคนถึงกับหน้าซีดไปเลยก็มีครับ ยิ่งพวกที่โดนผลัด 1 นี่หนักเข้าไปใหญ่ เพราะว่าต้องไปเดือน 5 นี้แล้ว

เห็นแล้วก็มานึกกับตัวเอง... " โชคดีจริงที่เราเรียน รด. " - -"

>> ปั จ ฉิ ม ลิ ขิ ต

- Thx. 4 All Comments & Visiting `~*

ดีครับผม ^^*

ต่อจากเอนทรีที่แล้วนะครับ วันนี้จะมาบอกเกี่ยวกับวิธีทำ Artworks ที่ได้เสนอไป ซึ่งวิธีทำไม่ยากเช่นเคยครับ เพราะว่าใช้เครื่องมือใน PS แค่ไม่กี่ตัว แต่จะมีลูกเล่น เทคนิค และอุปกรณ์ต่างๆ มาช่วยสร้างเสริมเติมแต่งภาพให้งามขึ้น เอาล่ะ เรามาดูกันเลยครับ ^^

ซึ่งวิธีทำนั้น จะแบ่งออกเป็น 4 บท พร้อมเทคนิคในแต่ละบทนะครับ

>> Chapter I : มาเลือกรูปกันก่อน

การเลือกรูปที่จะนำมาทำเป็นต้นฉบับนั้น ขอบอกตรงนี้เลยว่า ใช้รูปอะไรก็ได้ครับ ตามสบายเลย

จะสวยไม่สวยขึ้นอยู่กับการตกแต่ง และการจัดองค์ประกอบของภาพมากกว่า (แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่ขึ้นอยู่กับรูปต้นฉบับนะครับ)

1. สร้างหน้ากระดาษรอไว้ก่อน (กี่ Px. ก็แล้วแต่) แล้วเปิดไฟล์ภาพที่ต้องการครับ

2. ควร Clear BG ของรูปให้หมดไปก่อน โดยใช้ Magic Wand Tool

3. คลิกที่ BG เลยครับ มันจะทำการ Selection ไว้

4. ไปที่เครื่องมือยางลบ คลิกขวา แล้วเลือก Magic Eraser Tool

5. คลิกในส่วนที่ได้ Selection ไว้ครับ แค่นี้ BG ก็หายไปแล้วครับ

6. คลิกที่ Move Tool แล้วจับลากลงหน้ากระดาษเปล่า

7. ได้แล้วครับ

** Tips **

>> ในส่วนนี้ ควรจัดองค์ประกอบของภาพให้ดีด้วยนะครับ ไว้มุมไหนๆ ควรคิดดูให้ดีก่อน ^^

>> Chapter II : How 2 Use A Brush Tool

เป็นขั้นตอนของการใช้ Brush ล้วนๆครับ

1. คลิกที่ Brush Tool

2. คลิกที่รูปสามเหลี่ยมลง (ดูตามภาพ) เพื่อทำการเลือก Brush และขนาดครับ

คลิกเสร็จจะมี Option เพิ่มขึ้นมา ดังรูป

ส่วนของ Master Diameter คือขนาดของ Brush (ค่ามากยิ่งอันใหญ่ๆ)

ส่วนช่องข้างล่างนี่ไว้เลือกหัวแปรงอื่นๆ ที่มีใน Brush นี้ครับ (ขอเรียกว่าหัวแปรงละกันครับ เพราะว่า Brush 1 อัน จะมีหัวแปรงย่อยหลายแบบ)

>> คลิกที่จะเป็นการเลือก Brush ชนิดอื่นๆ ครับ

3. เลือกหัวแปรงแล้ว ให้ไปที่ Layers > Create a New Layer (ดังรูป)

4. เลือกสี แล้วคลิกลงภาพเลย

5. ได้แล้วเห็นมั้ย อิอิ

6. ลง Brush จนเสร็จแล้วก็จะเป็นแบบนี้ครับ

** Tips **

>> ควรลง Brush แบบ 1 Brush ต่อ 1 Layer เลยครับ เพื่อความสะดวกในการตกแต่ง
>> พยายามเลือกสีของ Brush ให้เข้ากับรูปด้วยครับ
>> ใช้ Brush ให้หลากหลาย ทั้งสี แบบ ลาย ขนาด
>> Brush มีหลากหลายแบบมากมายทั่วไปให้ Download กันครับ

>> Chapter 3 : About Layers

Chapter นี้ จะเป็น Tips ล้วนๆนะครับ นำไปใช้กับงานอื่นๆ ได้หลากหลายเลย

การจัดเรียง Layers :: ถือว่าเป็นการจัดองค์ประกอบของภาพอีกอย่างนึงด้วย

ซึ่งจะเห็นได้ดังภาพว่า Layers ที่อยู่ข้างบนสุด องค์ประกอบที่อยู่ใน Layers นั้น อยู่หน้าสุดเลย ตรงกันข้าม ถ้าอยู่ Layers ท้ายสุด ก็จะอยู่หลังสุดครับ

การจัดกลุ่ม Layers :: การลง Brush ยิ่งเยอะ Layers ก็จะเยอะตามไปด้วย ควร Group ให้เป็นหมวดหมู่โดย..

1. Ctrl + คลิก เพื่อเลือก Layers ที่ต้องการรวมกลุ่ม แล้วคลิกขวา เลือก Group Into New Smart Object

2. รวมหลาย Layers เป็น Layer เดียว ไม่รกครับ

>> Chapter IV : ลง Text

1. คลิกที่ Horizontal Type Tool

2. คลิกที่หน้ากระดาษ แล้วลาก > พิมพ์ข้อความที่ต้องการ

3. ใส่ลูกเล่นเพิ่มโดยการ หมุนตัวอักษรให้เอียงๆ โดยไปที่ Edit > Transform > Rotate

>> หมุนภาพโดยการคลิกที่มุมสี่เหลี่ยมๆ แล้วหมุน หรือจะใส่ค่าองศาที่แถบเครื่องมือด้านบนว่าจะให้รูปเอียงกี่องศา ก็ใส่ไปครับ

4. มันจะขึ้นว่า Apply the transformation ? ให้ตอบ Apply เลยครับ

5. Text ก็จะเอียงตามต้องการครับผม

ก็เรียบร้อยกันไปนะครับ สำหรับเอนทรีนี้ ที่มาเฉลยวิธีทำในแต่ละขั้นตอนแบบ Step by Step เลย

แต่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแก่การทำงาน Artworks เราควรรู้แหล่ง ดูด Tools ต่างๆครับ แชร์ๆกันไป

มีเจ้าเครื่องมือพวกนี้ยิ่งเยอะยิ่งดีครับ ใช้กับภาพได้หลากหลายแนวเลย ^^

Brushes - Deviantart.com (Search โดยใช้ Keyword คำว่า Photoshop Brushes)
Fonts - f0nt.com (Thai-Eng.) , Dafont.com (Eng. ล้วนๆ)

>> So Say...

เมื่อวาน ไปดูนานะ 2 รอบสื่อมวลชนมาครับ ที่ SFW (SF เซนทรัลเวิลด์) พอดีรุ่นพี่และเพื่อนๆ ไปตอบคำถามในกิจกรรม Cosplay นานะ 2 ตรงหน้า MBK ได้บัตรฟรีมา เราก็ไปกับเค้าด้วย ต้อง Thx. มากมาย มา ณ ที่นี้เลยครับ ^^*

ขอบอกเลยว่า ภาคนี้ Drama มากๆ เลยครับ ดำเนินเรื่องดี , FX เข้ากับเนื้อเรื่อง , ดำเนินเรื่องใช้ได้เลยครับ

แต่จะดีกว่านี้ ถ้าไม่มีเสียงกรนมารบกวน - - ใครก็ไม่รู้ครับ กรนดังมากๆ ก็คือว่า เรานั่งอยู่แถว K กับรุ่นพี่คนนึง ตอนแรกยังไม่รู้ว่าเป็นเสียงกรน คงคิดว่า เออ ZEN เค้าก็กำลังปรับปรุงอยู่ คงเป็นเสียงเครื่องจักร ที่ไหนได้ เสียงกรนครับ ดังมากๆ พี่ๆกะเพื่อน ที่นั่งอยู่แถว H (เหนือเราไปอีกประมาณ 3-4 แถว) ยังได้ยินเลยครับ

คิดดูเอาเองละกัน - -"

>> P s.

- เอนทรีหน้าเจอกันใหม่ครับ

- Thx. 4 All Comments & Visiting

มาตามนัดครับผม หลังจากหายไปหลายวันอยู่ เทคนิคที่ทำไว้ก็ได้อัพซะทีเนอะ - -* เอาเป็นว่ามาชมและลองทำกันดูนะครับ

บางคนอาจจะบอกว่าทำไมวันนี้มาแปลก มาถึงก็ขึ้นเนื้อหาเลย ก็อยากจะบอกว่า "หมดมุขครับ ไม่มีอะไรจะบ่นละ แหะๆ"

ไว้ถ้ามีเรื่องจะบ่นเดี๋ยวอัพใหม่อีกเอนทรีนึงก็ได้ครับ... -o-"

>> ว่าด้วยการ Opacity

Opacity นะครับ ก็คือการทำวัตถุนั้นๆ ให้โปรงใสนะครับ ไม่ว่าจะเป็น Layer , Shape , Text , Brush ต่างๆครับ ซึ่งการปรับค่า Opacity นั้นทำได้โดยดูที่แถบ Layers ด้านล่างครับ จะเห็นคำว่า Opacity อยู่ ให้ใส่ค่าความโปร่งใส (1-100%) ในช่องสี่เหลี่ยมได้เลยครับผม


แต่จะใส่ค่า Opacity ให้กับ Background ไม่ได้นะครับ ^^"

>> การใส่ Opacity ให้กับ Layers

ค่า Opacity ที่ 100%

ค่า Opacity ที่ 50%

>> การใส่ Opacity ให้กับ Text

ค่า Opacity ที่ 100%

ค่า Opacity ที่ 50%


คราวนี้เราลองมาดูการนำ Opacity ไปประยุกต์ใช้กับการตกแต่งภาพครับ ซึ่งการตกแต่งนั้น ขึ้นอยู่กับไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละคน ภาพจะสวยหรือไม่สวยไม่ได้ขึ้นอยู่กับสีสันหรืออะไรก็แล้วแต่ครับ แต่มันอยู่ที่มุมมองของแต่ละคนมากกว่าครับ ^^" ฉะนั้น อยากทำอะไรก็ทำตามใจเลยครับ หนุกหนานๆ..

ในที่นี้เราจะทำการตกแต่ง แบบนำ Shape , Text , Gradient Tool มาใช้นะ

1. เปิดไฟล์ภาพที่ต้องการ

2. สร้าง Shape โดยการคลิกที่ Rectangle Tool ในแถบเครื่องมือด้านซ้าย

3. ลากลงภาพเลยครับ ดูที่แถบ Layers เห็นมั้ยว่าจะมี Layer ของ Shape ขึ้นมาเพิ่มอันนึง

4. ให้คลิกขวา แล้วเลือก Rasterize layer ครับ (เพื่อสะดวกในการจัดภาพ เพราะถ้าไม่กด Rasterize layer ตรง Shape จะมีกรอบเหลี่ยมๆ รำคาญตาครับ) เสร็จแล้ว เลือกค่า Opacity ตามต้องการเลยครับ

5. สามารถใส่ Blending Options ให้กับ Shape ได้ครับโดยคลิกขวาที่ Shape ในแถบ Layers แล้วเลือก Blending Options

6. เรียบร้อยครับสำหรับการสร้าง Shape (ในภาพเราใช้ Gradient Overlay ให้กับ Shape นะ)

7. ทำการสร้าง Text ครับ โดยคลิกที่ Horizontal Type Tool ในแถบเครื่องมือด้ายซ้าย (รูปตัวที) แล้วพิมพ์ข้อความเลย

8. พิมพ์เสร็จแล้ว เราต้องการให้ข้อความมันอยู่ในแนวตั้ง ก็ทำการหมุน โดยไปที่ Edit > Transform > Rotate
คลิกเสร็จจะเห็นเป็นกรอบสี่เหลี่ยม ให้เอาเม้าส์ไปชี้ที่ขอบมุมขวาล่าง จะเห็นเป็นรูปลูกศร 2 หัว โค้งๆ ก็ให้คลิกค้างแล้วเลื่อนเม้าส์เพื่อหมุนได้เลย

9. หรือเพื่อความละเอียดก็ให้ดูที่แถบด้านบน จะเห็นช่องสี่เหลี่ยมดังภาพ ให้ใส่ค่าลงไปว่าจะให้รูปหมุนไปกี่องศา

10. เสร็จแล้วคลิกที่ Tools อะไรก็ได้ในด้านซ้าย จะเห็นกรอบข้อความขึ้นมาดังภาพ ให้กด Apply เลย

11. ใส่ค่า Opacity ตามใจอีกเช่นเคย และจัดตำแหน่งให้ดีครับ (ในภาพเราให้ Text อยู่ที่ 90 องศา นะ)

12. ลองเอาไฟล์ภาพมาใส่ดูนะครับ เปิดไฟล์ภาพเลย

13. จับลาก แล้วทำการหมุนโดยวิธีข้างต้นครับ ปรับค่า Opacity ตามใจ แล้วจัดตำแหน่งครับ (ในภาพเราใส่ Text เพิ่มเข้ามาด้วย) ตามด้วยเซฟเลย เป็นอันเสร็จเรียบร้อยครับ แต่เรายังมีเทคนิคต่อเนื่องไปอีก ถือซะว่าเราแถมให้ละกันเนอะ - -"

Gradient Tool + Rasterize Layer

เป็นการฟิวชั่นกันระหว่าง Tools 2 ตัวครับผม ผสมผสานกันอย่างลงตัวเลยทีเดียว..

1. ทำการสร้าง Shape ลงบนภาพเช่นเคย แล้วตั้งค่า Opacity เท่าไหร่ก็ได้แต่ให้น้อยกว่า 50% แล้วคลิกขวา เลือก Rasterize Layer เสร็จแล้วให้คลิกที่ Gradient Tool ครับ

2. ลากลงบนภาพเลยครับ ^^"

3. จะเห็นได้ว่าภาพจะมีการไล่สี ซึ่งสีสามารถปรับได้ใน Foreground/Background ตรง Tools แหละครับ
ส่วนทิศทางการลากก็ลากไปทางไหน จะไล่ไปทางนั้นแหละครับ

แต่บางคนยังสงสัยว่า เมื่อสร้าง Shape ทำไมต้องใช้ค่า Opacity น้อยกว่า 50% ด้วย
ก็คือการ Rasterize Layer นั้น เหมือนกับการนำ Shape วางซ้อนบนภาพอีกชั้นนึง ซึ่งจะเห็นได้ว่าถ้าใช้ค่า Opacity ที่ 100% จะไม่เห็นภาพเลย ไม่เชื่อลองดู..


Gradient Map

1. วิธีใช้นะครับ ก่อนอื่นเปิดไฟล์ภาพมาก่อน แล้วไปที่ Image > Adjustment > Gradient Map (ในที่นี้เราใช้ภาพเดิมจากมะกี้นะครับ)

2. จะมีแถบ Gradient Map ขึ้นมานะครับ คลิกถูกที่ Dither และ Reverse ครับ เพื่อจะทำให้ภาพนั้น มีเฉดสีที่ตรงข้ามกันกับตอนก่อน Gradient Map

3. ตามผลงานครับ เสร็จแล้วก็เซฟเลย..

ก็ขอจบลงด้วยเอวัง ละ ฉะนี้ เทอญ.. เพราะว่าต้องจรลี ไปทำงาน ภาษาไทย ก่อนครับ

สงสัยตรงไหน กระไร ก็ขอใคร่เชิญชวน พี่น้อง ร่วมกัน ลงความเห็น ลงใน "กล่องคอมเม้นท์" ด้วย

จักขอบพระคุณอย่างยิ่งยวด.. - -"




ニュビーズ ☆彡
View full profile